|
|
|
|
|
| |
|
|
| |
|
 |
|
 |
| |
รู้จักควันบุหรี่มือสอง
|
|
- ทันที่ที่บุหรี่ถูกจุดขึ้น การเผาไหม้ของม้วนบุหรี่จะทำให้เกิดควันบุหรี่ซึ่งประกอบด้วยสารเคมีมากกว่า 4,000 ชนิด และมากกว่า 43 ชนิด ที่วงการแพทย์ระบุว่าเป็นสารก่อมะเร็ง เช่น อาร์เซนิค (Arsenic) โครเมียม (chromium) ไนโตรซามีน(nitrosamines) และ เบนโซไพรีน ( benzo(a)pyrene)
- ผู้ไม่สูบบุหรี่ที่อยู่ในบริเวณเดียวกับผู้สูบบุหรี่จะได้รับควันบุหรี่จาก 2 แหล่ง คือ ควันที่ผู้สูบบุหรี่พ่นออกมา และควันที่เผาไหม้จากม้วนบุหรี่ระหว่างการสูบ ซึ่งรวมเรียกว่า ควันบุหรี่มือสองหรือควันบุหรี่ในสิ่งแวดล้อม ( Environmental Tobacco Smoke : ETS ) การที่ผู้ไม่สูบบุหรี่ได้รับควันบุหรี่มือสองเข้าสู่ร่างกายเรียกว่า การสูบบุหรี่มือสอง ( passive smoking หรือ Second-Hand Smoking )
- จากรายงานของสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา องค์การอนามัยโลก และองค์กรทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ ที่ศึกษาเรื่องนี้ระบุตรงกันว่า ควันบุหรี่มือสอง เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ที่ไม่มีระดับ ที่ปลอดภัย ในการสัมผัสเลย ซึ่งมีผลเสียอย่างมากต่อสุขภาพของผู้ได้รับควันทั้งอย่างเฉียบพลันและอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ได้รับควันที่เป็นเด็ก
|
|
| |
|
|
|
|
| |
อันตรายจากควันบุหรี่
|
|
รู้จักควันบุหรี่มือสอง
1. ในระยะสั้น
- เกิดการระคายเคืองต่อ ตา จมูก และคอ ปวดศีรษะ คลื่นไส้
- เกิดอาการกำเริบในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ภูมิแพ้ หอบ หืด และโรคปอดเรื้อรัง เช่น ถุงลมโป่งพอง
โดยทำให้มีอาการหายใจติดขัด หรือเหนื่อยหอบ เนื่องจากควันบุหรี่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินหายใจ
- ในผู้ที่เป็นโรคเสส้นเลือดหัวใจตีบ อาจทำให้เกิดอาการเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่พอมากขึ้น เนื่องจากควันบุหรี่ทำให้เลือดรับออกซิเจนได้น้อยลง
2. ในระยะยาว
- มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งในส่วนต่างๆ ของร่างกาย และโรคที่เกี่ยวกับหัวใจได้เช่นเดียวกับผู้สูบบุหรี่
- มีโอกาสเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเรื้อรังสูงขึ้น โดยเฉพาะโรคหอบ หืด
- สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับควันบุหรี่จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอาการครรภ์เป็นพิษ การแท้ง การคลอดก่อนกำหนด และการเสียชีวิตของทารกระหว่างคลอด |
|
| |
|
|
|
|
| |
คุณรู้หรือไม่
|
|
- องค์การอนามัยโลกได้ประเมินว่า ทุกวันนี้มีเด็กเกือบ 700 ล้านคน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรเด็กทั่วโลกหายใจเอาอากาศปนเปื้อนควันบุหรี่ที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออยู่ในบ้านที่มีผู้สูบบุหรี่
- จากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี พ.ศ. 2544 พบว่าประเทศไทยมีผู้สูบบุหรี่ประมาณ 10.6 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้ชายที่อยู่ในช่วงอายุ 25 39 ปี ประมาณ 4 ล้านคน หากเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของผู้ชายจำนวนนี้มีลูกเฉลี่ยคนละ 1 คน นั่นหมายถึงว่าปัจจุบันจะมีเด็กไทยอายุประมาณแรกเกิดถึง 6 ขวบ จำนวน 2 ล้านคนที่มีโอกาสหายใจเอาอากาศที่ปนเปื้อนควันบุหรี่เข้าสู่ร่างกาย
- จากงานวิจัยในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2540 พบว่า การสูบบุหรี่ของพ่อ แม่ เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย และการเสียชีวิตที่ป้องกันได้ที่สำคัญของเด็ก
- ปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะทั้งหมด รวมทั้งทุกๆที่ที่มีเด็กอยู่ ยกเว้นในบ้านและรถยนต์ส่วนตัว แต่ในอนาคตจะมีการเสนอกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในรถยนต์ที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี นั่งอยู่ด้วย
- จากข้อมูลของสถาบันคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา ประมาณว่า ในแต่ละปี การสูบบุหรี่มือสองเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งปอดในผู้ไม่สูบบุหรี่จำนวน 3,000 คน และเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 18 เดือน ป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจกว่า 300,000 คน
- จากการสำรวจของบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เมื่อเดือนพฤษภาคม 2544 เรื่อง พฤติกรรมการสูบบุหรี่ของคนกรุงเทพฯ พบว่า ผู้สูบบุหรี่ร้อยละ 54.7 คิดที่จะเลิกสูบบุหรี่ และกำลังพยายามหาทางเลิกสูบบุหรี่ โดยบุคคลที่มีความสำคัญที่คิดว่าสามารถขอร้องให้เลิกสูบบุหรี่อย่างได้ผลเป็นอันดับหนึ่ง คือ ลูกโดยมีอัตราสูงถึงร้อยละ 41.2 |
|
| |
|
|
|
|
| |
คุณสูบลูกเสี่ยง
|
|
- เด็กมักจะเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้สูบบุหรี่เป็นเวลานาน ที่ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้
- เด็กจะมีอัตราการเต้นของหัวใจหรือหายใจเร็วกว่าผู้ใหญ่ จึงทำให้มีโอกาสสูดรับควันบุหรี่เข้าสู่ร่างกายได้มากกว่า
- อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายของเด็กยังมีขนาดเล็ก และอยู่ในระหว่างการพัฒนา การสูบบุหรี่มือสองจะทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะต่างๆ มากกว่าที่ผู้ใหญ่ได้รับ โดยเฉพาะอวัยวะที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
- เด็กไม่รู้ว่าการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และการเห็นผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดสูบบุหรี่ทุกวันเป็นการปลูกฝังค่านิยมการสูบบุหรี่แก่เด็กทำให้เกิดการเลียนแบบผู้ใหญ่ด้วยการสูบบุหรี่ในอนาคต |
|
| |
|
|
|
|
| |
สำหรับทารกในครรภ์
|
|
- ทำให้ทารกแรกคลอดมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ
- มีความเสี่ยงของการเสียชีวิตระหว่างคลอด
- ทารกจำนวนหนึ่งอาจมีโครงสร้างของสมองไม่สมบูรณ์ สติปัญญาต่ำกว่าปกติ ซึ่งอาจมีภาวะพฤติกรรมบกพร่องเมื่อโตขึ้น เช่น ก้าวร้าว ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ขัดแย้งกับคนรอบข้าง และมีความวิตกกังวลตลอดเวลา
- มีโอกาสเกิดโรคไหลตายในเด็กสูงขึ้น |
|
| |
|
|
|
|
| |
สำหรับเด็กเล็ก
|
|
- เกิดอาการระคายเคืองตา จมูก คอ และปอด มีอาการไอ เสมหะมาก แน่นหน้าอก สมรรถภาพในการทำงานของปอดลดลง
- มีอัตราการเกิดโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างสูงขึ้น ได้แก่ ทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ โรคหอบหืด และปอดบวม
- มีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดและมะเร็งเม็ดเลือดขาว รวมทั้งเนื้องอกในสมองสูงขึ้น
- เกิดอาการกำเริบในเด็กที่เป็นโรคหอบหืดอยู่แล้ว ทำให้หอบบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น
- ทำให้เกิดน้ำขังในหูส่วนกลาง ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาการรับรู้และการทรงตัวในอนาคต |
|
| |
|
|
|
|
| |
หยุดทำร้ายลูกเถอะ
|
|
1. เลิกสูบบุหรี่หรือถ้ายังเลิกสูบไม่ได้ห้ามสูบบุหรี่ทุกที่ที่ลูกอยู่ รวมทั้งในบ้านและในรถอย่างเด็ดขาด
2. ไม่อนุญาตให้มีการสูบบุหรี่ในบ้าน โดยกำหนดให้บ้านเป็นเขตปลอดบุหรี่
3. ตรวจสอบว่าลูกจะไม่มีโอกาสได้รับควันบุหรี่มือสองทั้งจากที่โรงเรียน รถโรงเรียน และสถานที่อื่นๆ ที่ลูกต้องไปทำกิจกรรมโดยไม่มีคุณอยู่ด้วย
4. เลือกอยู่ในสถานที่ที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ทุกครั้งที่ต้องออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เช่น
- เลือกร้านอาหารปลอดบุหรี่
- เมื่ออยู่ในคนหมู่มาก เลือกอยู่ในจุดที่ไม่มีคนสูบบุหรี่อยู่ด้วย |
|
| |
|
|
|
|
| |
ข้อมูลจาก
|
|
|
|
| |
|
|
|
|